งานเยอะมากๆ ไม่สามารถเดินทางหาแบบสวยๆ นอกบ้านได้ครับ แต่มันหายใจไม่ค่อยออกถ้าไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป โชคยังดีที่
31/01/2555 หลังจากบ่ายเมื่อวานที่ไปน้ำตกนางรองมา ฟ้าครึ้มสลับฝนตลอด อยู่ก็ไม่มีประโยชน์เลยขับรถมุ่งหน้าไปกางเต้นท์ที่ผากล้วยไม้ บนเขาใหญ่กันต่อเลย กางที่ Zone E มีผมอยู่เต้นท์เดียว จริงๆ ทุก Zone ร้างหมด ยกเว้น Zone A มีฝรั่งเช่าเต้นท์อยู่ 2 คน ตกเย็นมีฝูงกวางตัวใหญ่มาก 10 กว่าตัวแหน่ะ และมืดๆ หน่อยก็มีเม่น 2 ตัวออกหากิน ตอนเดินเสียงมีเอกลักษณ์มากคงเพราะขนแหลมแข็งมันเสียดสีกันตลอดเวลา ดังสวบๆๆๆๆๆ เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ พอมืดอากาศหนาวใช้ได้เลยทีเดียว ที่น่าแปลกคือหลัง 18.00 น. สัญญาณ DTAC หายเกลี้ยงทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ 3-4 ขีดตลอด มาอีกทีตอน 7.00 น. คงได้ย้ายค่ายแล้วแน่นอน (เพราะ scan เจอ AIS ขึ้น ตลอด) พูดเยอะแล้วครับ เชิญรับชมภาพและความสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้างไว้ให้พวกเราได้ ณ บัดนี้ครับ (คลิกดูภาพใหญ่พร้อมชื่อที่จำแนกได้)
ไปมาเมื่อ 16/01/2555 ระยะทางจากทางเข้า (ไม่รวมสันเขื่อน) ถึงน้ำตก 1.2 กิโลเมตร เดินแวะถ่ายโน่นนี่ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ถึงน้ำตกเจ็ดคตเหนือ (ใกล้สุด) ขาไปสบายเนื่องจากลงเขา แต่ขากลับนี่ซิหอบเลยทีเดียวครับ
by
admin
on
Feb 21, 2011 •
งานย้อนอดีตภูเก็ต แค่เห็นชื่องานก็รู้อยู่แล้ว ว่าต้องเป็นอะไรที่โบราณๆ หรือ จะอะไรก็แล้วแต่ งานนี้จัดขึ้นทุกปี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี่แหละ และที่สำคัญจัดงานต้องปิดถนนจัดครับ ครั้งนี้จัดใหญ่กว่าทุกครั้งด้วย ปิดทีเดียว 2 เส้นเลย คือ ถนนถลาง กับถนนพังงา
วันที่ : 31 ธค.53 – 2 มค.54 (วันหยุดยาว) จุดหมาย : บ้านดงบัง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี วัตถุประสงค์ : เริ่มต้นโครงการบ้านดิน (โปรเจคปี ’54) พาหนะ : แท็กซี่ + รถยนต์ + รถไฟ + รถพับ (พระเอกของเรื่อง) ที่พัก : เต้นท์ ผู้ร่วมทาง : มีเพื่อนไปส่ง + มีเพื่อนไปเที่ยว + นอนคนเดียว ระยะทางที่ปั่นได้ : 10 กม. ++ ความเร็วเฉลี่ย : ไม่รู้ดิ ..ไม่มีไมล์ หลังจากที่เปี๊ยก ,แม๊ค ,แต๋ม ไปช่วยกางเต้นท์ไว้เมื่อวันหยุดยาว 10 – 11 ธค.53...
เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่นะครับ ทริป touring bike ครั้งแรก ของผมเส้นทาง กท.-ปราจีน เพิ่งได้รถมาก่อนเดินทางวันเดียวเอง ตื่นเต้น เลยเล่าซะละเอียดเลย (ของเค้าสดจริงอะไรจริง) วันที่ : 23 – 25 พย.53 (ลาพักร้อน) จุดหมาย : บ้านดงบัง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี วัตถุประสงค์ : นัดแบ็คโฮไปขยายบ่อน้ำ + ปรับดิน พาหนะ : รถไฟ + รถพับ (พระเอกของเรื่อง) ที่พัก : โรงแรม + เกสท์เฮาส์ ผู้ร่วมทาง : เดินทางคนเดียว ระยะทางที่ปั่นได้ : 30 กม. ++ ความเร็วเฉลี่ย : ไม่รู้ดิ ..ไม่มีไมล์ เริ่มตั้งแต่เข็นรถออกมาจากคอนโด ลงลิฟท์มาถึงถนนประมาณ 12.15 น....
“ต้น มึงยังอยู่สวนใช่ป่าว เดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปหา” …หลังจากนัดแนะกับเพื่อนที่ไปกางเต๊นท์นอนอยู่ที่ปราจีนบุรี (เพื่อนซื้อที่ไว้ทำสวน-บ้านดิน รอบข้างเป็นแหล่งขายส่งต้นไม้) ผมก็จัดแจงหาตารางรถไฟ ไป-กลับ โดยจะปั่นไปจากบ้านไปขึ้นรถไฟที่สถานีหัวหมาก …ตามที่เคยอ่านมาขึ้นรถไฟต้องใช้ เชือกผูกด้วย ก็เลยออกไปหาเชือก นึกขึ้นได้เราต้องออกจากบ้านตอนเช้ามืด ยังไม่มีไฟท้ายไฟหน้าเลย… “โหลๆ แมน เดี๋ยวจะเข้าไปยืมไฟหน่อยนะ” ตื่นแต่เช้า ปั่นไปสถานีหัวหมากให้ทันรถไฟเที่ยว 6.40 ไปถึงเจอจนท. บอกว่าไม่มีตู้สัมภาระเอาจักรยานขึ้นไม่ได้ จ๋อย… เตรียมตัวจะกลับ ….ปู๊นๆเสียงรถไฟมาแล้ว “ขึ้นได้ๆ ไปป่าว”จนท.คนเดิมตะโกนถาม “ไปได้เหรอครับ ไปยังไงอะ” …..”ขึ้นไปโบกี้ผู้โดยสารน่ะแหละ …” จนท.ให้ไปขึ้นท้ายขบวน ทั้งๆที่มีโบกี้สัมภาระอยู่หัวขบวน รถออกตัวตอนแฟนยืนอยู่บันไดขั้นสุดท้าย เสียวมาก ขึ้นมาไม่มีที่จะจอดต้องเอามาจอดตรงที่ล้างหน้า อีกคันขวางทางเดินอยู่ คนอื่นมองกันทั้งโบกี้ รู้สึกผิดมาก หลังจากจ่ายค่าจักรยานคันละ100 ส่วนคนขึ้นฟรี (แต่ที่เคยอ่านมามัน90นะ)…ถึงสถานีลาดกระบัง จนท.บอกให้ลงแล้วปั่นไปโบกี้แรก ไปขึ้นตู้สัมภาระ มีที่นั่งว่างอยู่ มีจักรยานจอดอยู่ก่อนหน้าเรา เป็นทัวร์ริ่งของฝรั่งสองคัน อุปกรณ์มืออาชีพมากๆ แต่ที่วางจักรยานของเรามีแค่คันเดียว เลยต้องเกาะจักรยานไปก่อน ในตู้สัมภาระ คนที่นั่งมาด้วยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าว เคยสงสัยว่าตำรวจรถไฟทำหน้่าที่อะไร …วันนี้รู้ละ ไว้ปลุกคนต่างด้าวขึ้นมาแล้วขอดูสร้อย...
เข้ามาเกริ่นก่อนแล้วกันนะครับ สำหรับ bike / travel บ้านดงบัง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งคาดว่าต่อไปคงมีเรื่องราวมาอัพเดทเนื่องจากการเดินทางอยู่บ่อยๆ ซึ่งคงเป็นเรื่องราวของทัวร์ริ่งเป็นหลัก ประสบการณ์ต่างๆ ในการเอารถพับขึ้นรถไฟ และอาจมีแถมภาพถ่ายสภาพแวดล้อมท้องถิ่น , บ้านดินเป็นครั้งคราว รวมกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยตามแต่ประสบการณ์จะพาไป แนะนำตัวเอกของเรื่อง ชื่อ “พนา” ครับผม
มีโอกาสได้กลับบ้านที่สุราษฎร์ธานี เลยถือโอกาสพาที่บ้านไปไหว้พระที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ซึ่งสถานที่ตั้งอยู่ที่ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ้ามาจากกรุงเทพฯก็จะถึง อ.ไชยา อยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าไป 2-3 กิโลเมตร ไม่เกินก็ถึงวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารแล้วครับ หรือ ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ฯประมาณ 54 กม. หากใครได้มาสักการะ องค์พระบรมธาตุไชยาจะถือเป็นสิริมงคลสูงสุด ช่วยให้มีความเจริญรุ่งเรืองและแคล้วคลาดปราศจากอันตรายครับ โดยส่วนตัวแล้วผมชอบถ่ายภาพวัดพอสมควร เพราะมีรายละเอียดและความประณีตมาก วัดไทยสวยที่สุดในโลกในสายตาผม ยังไงมีโอกาสก็แวะไปกันนะครับ ที่มา : http://blog.memo8.com/archives/81
ต้องบอกว่ารสชาดอาหารนั้นอร่อยมากๆ แถม ดุ เด็ด เผ็ด มัน ครบรสอาหารป่าด้วย ไปมาหลายรอบแล้ว อยากชวนทุกท่านได้ลิ้มลองกันดูครับ แถมราคาเป็นกันเอง 4 อย่างรวมเครื่องดื่ม (น้ำอัดลม) เพียง 390 บาทเท่านั้น